วีดีโอ เรื่องไลเคน
วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
ไลเคน
ไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการดำรงชีวิตแบ
1. ฟังไจกับสาหร่ายสีเขียว
2. ฟังไจกับไซยาโนแบคทีเรีย
3. ฟังใจกับสาหร่ายสีเขียวและไซยาโนแบคทีเรีย
ภาพที่ 1 แอสโคไลเคน
(ทีมา http://steveaxford.smugmug.com/Living-Things/Fungi-the-recyclers/Ascomycota-and-lichen/5040394_vkS5m/2/179222087_RLeo7/Small (retrieved
20/11/10)
การดำรงชีวิตของไลเคน
สาหร่ายสีเขียวและไซยาโนแบคทีเรียสามารถสร้างอาหารได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
ฟังไจจึงได้รับอาหารนั้นด้วย ขณะเดียวกันเส้นใยหรือไฮฟา (hypha)ของฟังไจมีสมบัติในการเก็บความชื้นได้ดี
ฟังไจจึงช่วยรักษาความชื้นให้กับสาหร่ายสีเขียวและไซยาโนแบคทีเรีย
นอกจากนี้เส้นใยของฟังไจที่สานตัวกันแน่นจะช่วยป้องกันความร้อนและแสงแดดอีกด้วย
ไลเคนพบได้ทั่วไป ทั้งบริเวณที่มีอากาศหนาวแถบขั้วโลก
หรือตามทะเลทรายที่ร้อนและแห้งแล้ง ตามชายหาดหิน
ป่าในเขตอบอุ่นและเขตร้อนตั้งแต่พื้นราบจนถึงยอดเขาสูง
แต่จะไม่พบไลเคนบริเวณที่มีมลพิษในอากาศ เช่น เขตอุตสาหกรรม เขตเมืองที่มีมลพิษ
หรือบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น ดังนั้นไลเคนจึงเสมือนเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของอากาศได้อีกด้วย
โครงสร้างของไลเคน
ฟังไจกับสาหร่ายสีเขียวหรือไซยาโนแบคทีเรียที่อยู่ร่วมกันเป็นไลเคน
จะสร้างโครงสร้างที่เรียกว่าทัลลัส (thallus) เมื่อผ่าไลเคนตามขวางเพื่อดูโครงสร้างภายในทัลลัส
พบว่าประกอบขึ้นจากไฮฟาของฟังไจกับสาหร่ายสีเขียวหรือไซยาโนแบคทีเรียเรียงตัวกันเป็น 3 ชั้น ดังภาพที่
3 ซึ่งประกอบด้วย
ภาพที่ 3 ภาพตัดตามขวางของไลเคน
1. ชั้นอัพเปอร์คอร์เทกซ์ (upper
cortex) เป็นชั้นบนสุดที่เกิดจากไฮฟาของฟังไจสานตัวกันอย่างแน่น
2. ชั้นเมดูลลา (medulla) เป็นบริเวณที่โฟโตไบออนท์อาศัยอยู่ โดยไฮฟาของฟังไจพันไว้โดยรอบ เป็นชั้นที่เก็บน้ำและธาตุอาหารต่าง ๆ (ภาพที่ 4)
2. ชั้นเมดูลลา (medulla) เป็นบริเวณที่โฟโตไบออนท์อาศัยอยู่ โดยไฮฟาของฟังไจพันไว้โดยรอบ เป็นชั้นที่เก็บน้ำและธาตุอาหารต่าง ๆ (ภาพที่ 4)
ภาพที่ 4 ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็คตรอน
แสดงเซลล์ของสาหร่ายในชั้นเมดูลา
3. ชั้นโลเวอร์คอร์เทกซ์
(lower cortex) อยู่ด้านล่าง เป็นชั้นที่ไฮฟาของฟังไจสานกันแน่นและ ไฮฟาบางส่วนพัฒนาเป็นไรซีน (rhizine) เพื่อใช้ยึดเกาะกับผิววัสดุ
ภาพที่ 5 ไรซีนทำหน้าที่ยึดไลเคนไว้กับผิววัสดุ
ไลเคนสามารถแบ่งตามลักษณะของทัลลัสได้เป็น 4 กลุ่ม คือ
1. ครัสโตส (Crustose) มีลักษณะเป็นฝุ่นผงอัดเป็นแผ่นแบน (crusty) เกาะติดแน่นกระจายบนก้อนหิน
เปลือกไม้ หรือกิ่งไม้ สามารถทนต่อความแห้งแล้งได้ พบไลเคนกลุ่มนี้ได้ทั่วไป
ภาพที่ 6 ครัสโตสไลเคน
2. โฟลิโอส (Foliose) มีลักษณะเป็นแผ่นแบนคล้ายแผ่นใบ (leafy) ด้านล่างมีไรซีนใช้เกาะติดกับก้อนหินหรือเปลือกไม้
พบได้บริเวณที่มีความชื้น
ภาพที่ 7 โฟลิโอส ไลเคน
ที่มา http://www.naturfoto-cz.de/tube-lichen:hypogymnia-physodes-photo-1610.html (retrieved
20/11/10)
3. ฟรูติโคส (Fruticose) หรือฝอยลม
มีลักษณะเป็นกิ่งก้านหรือเส้นคล้ายกิ่งไม้หรือไม้พุ่ม (shrubby) เกาะตามกิ่งไม้ทั่วไป
มักพบตามบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ภูเขาสูง น้ำตก ชายฝั่งทะเล
ภาพที่ 8 ฟรูติโคสไลเคน
4. สะแควมูโลส (Squamulose) มีลักษณะเป็นเกล็ดคล้ายเกล็ดปลา
มีบางส่วนของทัลลัสเกาะติดกับผิววัตถุเพียงเล็กน้อย
ภาพที่ 9 สะแควมูโลสไลเคน
ที่มา http://website.nbm-mnb.ca/mycologywebpages/NaturalHistoryOfFungi/AlgalMutualisms.html (retrieved
20/11/10)
ประโยชน์ของไลเคน
ในสมัยโบราณไลเคนนำมาใช้เป็นยาพื้นบ้าน
ใช้ลดไข้ รักษาโรคผิวหนัง แผลติดเชื้อ บรรเทาอาการท้องเสีย นำมาผลิตเป็นน้ำหอม
และสกัดสีสำหรับย้อมผ้าและใส่ในเครื่องดื่ม หรือใช้เป็นตัวบ่งชี้ความเป็นกรด
เบสของสารต่างๆ เช่น ลิตมัสสีน้ำเงิน (litmus) ซึ่งสกัดได้จากไลเคนหลายชนิด
ปัจจุบันเมื่อมีการศึกษาสมบัติของไลเคนแล้ว
พบว่าไลเคนสามารถสร้างสารประกอบประเภทฟีนอลหลายชนิด ซึ่งมีสมบัติดูดซับแสง UVB และมีสารต้านอนุมูลอิสระ
จึงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาสารประกอบทุติยภูมิที่สกัดจากไลเคนหรือฟังไจที่แยกจากไลเคน
พบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งมีสมบัติยับยั้งจุลินทรีย์ เช่น
แบคทีเรีย ฟังไจและไวรัส ยังยั้งเซลล์มะเร็ง และช่วยลดไข้ เป็นต้น
นอกจากนั้นไลเคนยังถูกใช้เป็นตัวบ่งชี้ในการวัดคุณภาพของอากาศได้อีกด้วย
ซึ่งไลเคนแต่ละชนิดมีความสามารถในการทนทานต่อระดับมลภาวะได้ไม่เท่ากัน
ไลเคนที่ใช้วัดคุณภาพอากาศมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่อ่อนไหวมาก เช่น
ฟรูติโคส ซึ่งขึ้นเฉพาะบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์และมีความชื้นสูง กลุ่มที่ 2
คือกลุ่มที่อ่อนไหว เช่น โฟลิโอส ที่ดำรงชีวิตในบริเวณที่มีอากาศดี และกลุ่มที่ 3
คือ กลุ่มที่ทนทานต่ออากาศไม่ดีได้
การสำรวจพื้นที่ศึกษาว่ามีไลเคนกลุ่มใดบ้างและมีจำนวนมากน้อยเพียงใด
จะสามารถบอกได้ว่าคุณภาพอากาศในบริเวณนั้นเป็นอย่างไร
—————————————
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









